สมโภชวัดนักบุญยอแซฟ บ้านโป่ง ปี 2007
บทเพลงตามลำดับในแผ่นซีดี
(ไฟล์ชนิด MP3 (192kb stereo))
1) สรรเสริญผู้สร้าง
2) โอ้นภากาศ (วันจริงมิได้ร้องเพลงนี้)
3) ข้าแต่พระเจ้า
4) เกียรติแด่พระบิดา
5) In Moments Like These.
6) ร้องสรรเสริญพระองค์
7) เชิญพร้อมกันถวาย
8) ดวงใจลูกขอถวาย
9) ศักดิ์สิทธิ์ แด่พระเจ้าสูงสุด
10) ข้าแต่พระบิดา
11) ความรักขององค์พระเจ้า
12) บทเพลงแห่งศรัทธา
13) Adoro Te Devota.
14) โอ้ยอแซฟ
15) Joseph Concelebremus
16) บทเพลงแห่งศรัทธา (Solo-วันซ้อม)
17) ข้าขอประณต (Adoro Te Devota.)
18) เกียรติแด่พระบิดา (วันซ้อม)
19) บทเพลงแห่งศรัทธา (เฉพาะดนตรีและเสียงประสาน)
20) ข้าขอประณต (เฉพาะดนตรีและเสียงประสาน)
21) สรรเสริญผู้สร้าง (เฉพาะดนตรี)

เบื้องหน้า-เบื้องหลัง

สำหรับการบันทึกเสียงในโอกาสฉลองวัดปี 2007 นี้ ผมได้ลงทุนเพิ่มเติมโดยซื้ออุปกรณ์เพิ่มหลายรายการ ที่สำคัญคือไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ จำนวน 6 ตัว และแอมป์หูฟัง และซื้อตู้ ABS สำหรับ ใส่อุปกรณ์ที่ชักจะเริ่มมากขึ้นในแต่ละปี

ก่อนหน้าวันฉลองวัดสองสัปดาห์ ผมได้นำเอาชุดนี้มาทำการทดสอบในสถานที่จริง และในโอกาสนี้ ก็เลยถือโอกาสกับพี่ทศพล ทนุผล ที่ดูแลระบบเสียงของวัด ได้ทำการปรับชดเชยเสียงให้กับอุปกรณ์ของวัด เสียใหม่ โดยผมได้ใช้ซอร์สเป็น white noise ส่งออกจากชุดเครื่องเสียงของผมชุดที่เห็นในรูปด้านล่างนี้ ส่งออกเข้าสู่เครื่องเสียงของวัด โดยยกเลิกการชดเชยในทุกตำแหน่งตั้งแต่ซอร์สไปจนถึงขาออก ที่ลำโพง และผมใช้ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ตัวที่ดีที่สุดที่มี (ที่ผมทราบ frequency response แล้ว) มาวางไว้กลางวัด และผมใช้ Graphic Analyzer ที่เป็นฟีเจอร์ใน n-track ตรวจวัดค่าสัญญาณส่งกลับ โดยระบบเสียงของวัดมี Graphic Equalizer 31 แบนด์อยู่หนึ่งชุด(stereo) สำหรับระบบเสียงในวัด และ 10 แบนด์อีกหนึ่งชุด (stereo) สำหรับระบบ เสียงนอกวัด เริ่มจากผมส่งสัญญาณ white noise และตรวจสอบการชดเชยจากผลลัพธ์บนจอ และแจ้งให้พี่ทศพลซึ่งคุมระบบเสียงของวัด (อีกชุดมิได้นำมาแสดงไว้ในที่นี้)โดยปรับ EQ ชดเชยจน ได้สัญญาณที่ใกล้ราบที่สุด(เมื่อหักชดเชยจากกราฟ frequency response ของตัวไมโครโฟนเองแล้ว) (อนึ่ง ในทางปฏิบัติไม่สามารถทำให้ราบได้ตลอดย่าน 20Hz-20KHz เนื่องจาก frequency response ของลำโพงของวัดนั้นมีย่านไม่ครอบคลุมตลอดย่านการได้ยิน) จากนั้น พี่ทศพลเริ่มเปิดไมโครโฟนของวัดทุกตัว และเปิดให้ดังขึ้นจนกระทั่งเกิดเสียง Feedback และผมก็จะแจ้งความถี่ที่มีปัญหาเพื่อให้พี่ทศพลสามารถตัดความถี่เฉพาะที่มีปัญหาออกไป ผลก็คือ หลังจากการปรับใหม่แล้ว (จากของเดิมที่มีการปรับโดยไม่มีเครื่องมือช่วยแบบนี้) ทำให้สามารถได้ยินเสียงพูดที่ครบย่านดีขึ้นกว่าเดิม และสามารถเร่งระดับความดังของไมโครโฟนขึ้นได้อีกมาก

เมื่อปรับระบบเครื่องเสียงของวัดให้ neutral ที่สุดแล้ว จากนั้นผมจึงเริ่มทำการปรับชดเชย EQ ของผม ซึ่งทำหน้าที่คั่นระหว่างสัญญาณทั้งหมดในระบบ ที่จะส่งออกไปยังเครื่องเสียงของวัด โดยผมได้ ทำการปรับภายใต้การใช้งานจริง (การฝึกร้องเพลงของนักขับ) โดยผมพยายามที่จะเร่งความไวของไมโครโฟนให้สูงสุดเท่าที่จะทำได้ และเมื่อพบ feedback ที่ความถี่ใด ผมก็จะทอนความถี่ย่านนั้นลง เล็กน้อย (ในทางปฏิบัติผมลงลงมาเพียง -3 ถึง -7.5 dB เท่านั้นเพื่อใม่ให้เสียข้อมูลเสียงในย่านนั้นมากจนเกินไป ซึ่งจะทำให้เสียงที่ปรากฏออกมาเพี้ยนไปจากต้นฉบับมากเกินไป)

อนึ่ง เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะหลังจากการปรับดังกล่าว ในวันซ้อมใหญ่ ผมสามารถเร่งเครื่องเสียงได้ดังมากจนในระดับที่น่าพอใจ (ดังกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา) แต่ในช่วงท้าย ได้มีการพูดคุยกันว่า เนื้อเสียง ร้องของผู้ชายหายไปอย่างมาก เนื่องจากความถี่ก้องในช่วงหนึ่ง ตรงกับความถี่ในน้ำเสียงร้องของผู้ชาย (ประมาณ 200-400 Hz) และผมได้ทอนลงไปอย่างมาก โดยในตอนท้ายผมได้ปรับคืน เพื่อให้ ผู้ฟังสามารถ จับเสียงผู้ชายได้ดีขึ้น ผลก็คือ ในวันงานจริง ผมพบว่าความถี่ดังกล่าวสร้างปัญหาให้ผมไม่สามารถปรับเครื่องเสียงให้ดังมากได้ และผมไม่มีเวลาที่จะมานั่งปรับชดเชยตามกราฟเดิม (น่าเสียดายที่ผมไมได้บันทึก ค่ากราฟเดิมเก็บไว้ก่อน) และจากประสบการณ์ในทุกๆครั้งที่ผ่านมา ในวันจริงที่มีผู้ร่วมพิธีเต็ม เสียงจะถูกดูดซับลงไปจำนวนหนึ่ง และยังมีปัญหาเรื่องเสียงรบกวนจากพัดลมและอื่นๆ ทำให้เสียงที่ได้สุดท้าย ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ นั่นคือ เสียงออกจะเบาไปเล็กน้อย

ซึ่งจากบทสรุปที่ผ่านมานี้ ผมจึงวางแผนว่า หากมีโอกาสบันทึกเสียงอีก (เช่น ในวันคริสต์มาสปลายปีนี้) ผมกะจะใช้ไดนามิกไมโครโฟนที่มีอยู่จำนวนมาก ทำการบันทึกผสมผสานกับการใช้คอนเด็นเซอร์ไมโครโฟน โดยจะทำการคัดนักขับที่มีเสียงคุณภาพดีให้ร้องกับไดนามิกไมโครโฟนแบบตัวต่อตัว และนักร้องกลุ่มที่เหลือร้องกับคอนเดนเซอร์ไมโครโฟน เพื่อถ้าหากมีปัญหาเรื่อง feedback อย่างน้อยก็จะได้ source จากไดนามิกไมโครโฟนที่ผมจะสามารถปรับลดความไวของไมค์ให้เหมาะสมได้ ทั้งนี้คงต้องคอยติดตามต่อไปครับว่าแนวคิดนี้จะแก้ไขปัญหาได้มากน้อยอย่างไร

อนึ่ง สำหรับท่านที่เคยทำการบันทึกเสียงแบบที่ผมทำนี้ในวัด(โบสถ์) อื่นๆ ผมคงต้องขอเรียนว่า โบสถ์ของวัดนักบุญยอแซฟ บ้านโป่ง นั้น สภาพแวดล้อมการบันทึกเสียงนั้นสู้ cathedral ในต่างประเทศ หรือในโบสถ์อื่นๆ ไม่ได้ เท่าที่ผมพบมาในวัดอื่นๆ หลายวัดใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก ซึ่งไม้มีการดูดซับเสียงได้ดี ปัญหาเรื่องเสียงก้องน้อย ในขณะที่วัดนักบุญยอแซฟบ้านโป่งเป็นหินอ่อนและปูนทั้งหลัง และจากสภาพ โครงหลังคาขนาดใหญ่ที่เป็นโดมยิบซัมแข็ง มีปัญหาเรื่องเสียงก้องอยู่มาก และยังอีกทั้งการระบายอากศที่ใช้พัดลมขนาดใหญ่มีเสียงดัง ทำให้ไดนามิกเรนจ์ลดลง เพราะถ้านักร้องร้องเสียงเบาลง จะถูกเสียงพัดลมกลบหมด และเสียงรบกวนจากนกที่เข้ามาทำรังภายในตัวโบสถ์ (ซึ่งผู้ฟังสามารถได้ยินเสียงนกหลุดรอดหลงเหลือจากการมิกซ์ดาวน์ของผมในอัลบัมต่างๆ ทั้งนี้ผมพยายามตัดออก แต่ก็ไม่สามารถทำได้หมด) อย่างไรก็ตาม ผมคงไม่โทษสภาพแวดล้อมการบันทึกเสียง แต่คงต้องโทษความขาดประสบการณ์ของผมเองต่างหาก ที่ต้องอาศัยการเรียนรู้จากการบันทึกเสียงจริงในแต่ละปี

นี่คืออุปกรณ์ที่ผมใช้ในการบันทึกเสียงและควบคุมเสียงครับ ประกอบด้วย มิกเซอร์ Behringer 2442MX และในกล่อง ABS ไล่ จากบนลงล่าง Digital Effect(สำหรับทำ Delay และ Reverb), Graphic Equalizer 31 ช่อง, Compressor/Noise gate(ในงานนี้ผมไม่ได้ใช้เลยครับ), Headphone Amps แบบ 4 ช่อง, Feedback Eliminator, เครื่องเล่น CD/VCD/DVD), Power surge protection (สองตัว), Dedicated Power Supply สำหรับมิกเซอร์, คอมพิวเตอร์ (ผมใส่การ์ด Sound Blaster เพิ่มอีกสามการ์ด พร้อมไดรเวอร์ที่ต้องดาวน์โหลดมาใหม่ เพราะไดรเวอร์ ที่แถมมากับการ์ดจะใช้ไม่ได้ - บริษัทเจ้าของซาวน์การ์ดไม่ support กรณีที่ใครอยาก จะทำแบบนี้นะครับ ผมเคยอีเมล์ไปถามแล้ว...)

ออร์แกน Yamaha Stagea ที่วัดเพิ่งซื้อมาใหม่ครับ สังเกตว่าคนเล่นใส่หูฟัง โดยผมได้มิกซ์เสียงออร์แกนและเสียงนักขับ ผสมให้กับนักออร์แกน เป็นการเฉพาะครับ โดยอาศัยฟีเจอร์ที่มีในแอมป์หูฟังของ Behringer (ผมใช้ช่อง aux และ sub เต็มหมดทุกช่องกับการกำหนดช่องบันทึก เสียงและการทำ effect ครับ เลยต้องใช้ฟีเจอร์ของแอมป์หูฟังเพิ่ม) สังเกตว่ามีสายเพียงเส้นเดียวที่ออกจากออร์แกน ซึ่งเป็นสายมัลติคอร์ขนาด 4x3 เส้นครับ โดยผมใช้เพียง 2 ชุด (จาก 4ชุด) โดยหนึ่งชุดรับสัญญาณจากออร์แกน (สเตริโอ) และอีกหนึ่งชุดผมส่งสัญญาณที่ผมมิกซ์พิเศษ กลับให้กับหูฟังของนักออร์แกน

สำหรับนักขับนั้น คริสตมาสก่อนหน้าผมใช้ไมโครโฟนแบบ dynamic ทั้งหมด 14 ตัว ซึ่งมีปัญหาคือเนื่องจากเป็นไมโครโฟนที่มีทิศทางและความไว ต่ำ ทำให้ไม่สามารถจับเสียงนักร้องได้ครบพื้นที่นัก แต่ในรูป ผมได้ลงทุนซื้อไมโครโฟนแบบ condenser ทั้งหมด 6 ตัวดัวยกัน ซึ่งมีย่านความถี่ที่ กว้างและพื้นที่รับเสียงกว้างกว่า (แต่มีปัญหาอื่นเพิ่มซึ่งผมขอเล่าเพิ่มเติมในส่วนอัลบัมฉลองวัด 2007 ครับ) ส่วนสายไมโครโฟนผมใช้แบบมัลติคอร์ (12 balanced input/4 balanced output) ซึ่งในงานนี้ผมใช้สำหรับไมโครโฟนหกตัว และสำหรับหูฟังอีกสองช่อง (2x stereo outputs)